มข. ลงนาม HYAPSS ติดตั้งโซลาร์เซลล์ 30 MWp ลดการปล่อยคาร์บอนกว่า 15,000 ตันต่อปี มุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี 2572

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ลงนามในสัญญาติดตั้งและให้บริการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ร่วมกับ HYAPSS กำลังการผลิตรวม 30 เมกะวัตต์พีก (MWp) คาดสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 15,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Carbon Neutrality University” เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2572 อย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 13.30–15.00 น. ณ โถงชั้น 1 อาคารสิริคุณากร สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดพิธีลงนามในสัญญาโครงการติดตั้งและให้บริการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่นกับ HYAPSS โดยมีผู้ลงนามและพยานร่วมลงนามในพิธี ประกอบด้วยฝ่ายมหาวิทยาลัยขอนแก่น  รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.ธรา ธรรมโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร รองศาสตราจารย์ ดร.ชูพงษ์ ทองคำสมุทร รองอธิการบดีฝ่ายกายภาพและสิ่งแวดล้อม และฝ่ายกิจการค้าร่วม ไฮยาพีเอสเอส  คุณซาเมียร์ ยามดักนี ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  คุณนครินทร์ ไทรงามสถิต รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  คุณเชวง ซื่อสัตย์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ   พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และผู้มีเกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน 

ในการนี้ ได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่นเข้าร่วมงาน ได้แก่

นายธงชัย เมืองสนธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น

นายสุรชัย สินประกอบ พลังงานจังหวัดขอนแก่น สำนักงานพลังงานจังหวัดขอนแก่น

นายชัยรัชต์ ปทุมนากุล รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น สำนักงานเทศบาลนครขอนแก่น

นายสรวร ด่านเสริมสุข รองนายกเทศมนตรีเมืองบ้านเป็ด

และ นายพิศาล คำยา รองนายกเทศมนตรีเมืองบ้านทุ่ม เทศบาลเมืองบ้านทุ่ม

ซึ่งสะท้อนความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนการพัฒนาด้านพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระดับพื้นที่และระดับประเทศ

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ชาญชัย พานทองวิริยะกุล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีประวัติการพัฒนามายาวนานกว่า 60 ปี บนพื้นที่กว่า 5,500 ไร่ และมุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านกายภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ “Carbon Neutrality University” ซึ่งกำหนดเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2572 โดยมี 6 แผนงานสำคัญ และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ครั้งนี้ถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าว ให้เป็นรูปธรรม สอดคล้องกับ SDG 7: Affordable and Clean Energy และ SDG 13: Climate Action

โครงการดังกล่าวจะติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิตรวม 30 เมกะวัตต์พีก ทั้งในรูปแบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) และติดตั้งบนพื้นน้ำ (Solar Floating) นับเป็นหนึ่งในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายในสถาบันการศึกษาที่มีกำลังการผลิตในระดับแนวหน้าของโลก คาดว่า จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 15,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี จากปริมาณการปล่อยรวมของมหาวิทยาลัยที่ประมาณ 80,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่า 2,500 ล้านบาท ตลอดอายุสัญญา 20 ปี

รองศาสตราจารย์ ดร.ชูพงษ์ ทองคำสมุทร รองอธิการบดีฝ่ายกายภาพและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า Low Carbon, Net Zero Carbon และ Carbon Neutrality มีเป้าหมายเดียวกัน คือ ปล่อยคาร์บอนเท่าใด ต้องดูดกลับหรือชดเชยได้เท่านั้น มหาวิทยาลัยขอนแก่นกำหนดแผนขับเคลื่อนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน 6 แผน และขณะนี้ได้ดำเนินการครบทุกแผนอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย การใช้พลังงานสะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การพัฒนาอาคารประหยัดพลังงาน การจัดการพื้นที่ตามโซนการใช้งาน การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า การปลูกต้นไม้เป้าหมาย 100,000 ต้น (ปัจจุบัน 35,000 ต้น) และการจัดการของเสียเพื่อลดขยะตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งสามารถลดขยะได้แล้ว 3 ตันต่อวัน ความสำเร็จขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกภาคส่วน ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมขับเคลื่อนสู่มหาวิทยาลัยสีเขียวอย่างยั่งยืน 

รองศาสตราจารย์ ดร.ชูพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการประเมิน มหาวิทยาลัยมีเป้าหมายบรรลุ Carbon Neutral University ภายในปี 2572 โดยมุ่งเน้นการชดเชยคาร์บอนด้วยศักยภาพของตนเอง และพัฒนาไปสู่การสร้างคาร์บอนเครดิตในอนาคต

ด้านคุณซาเมียร์ ยามดักนี ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HYAPSS กล่าวว่า บริษัทมีความภาคภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจให้ดำเนินโครงการพลังงานหมุนเวียนของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งถือเป็นโครงการระดับแนวหน้าของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทดำเนินธุรกิจมากว่า 30 ปี และมุ่งเน้นพลังงานหมุนเวียนมากว่า 14 ปี มีผลงานรวมกว่า 250 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท

โครงการนี้มีกำลังผลิตรวม 30 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย Floating Solar 10 เมกะวัตต์ โซลาร์ฟาร์ม 8 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ 5 เมกะวัตต์ชั่วโมง โดยบริษัทจะรับผิดชอบผลิตไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 20 ปี ช่วยประหยัดงบประมาณมหาวิทยาลัยประมาณ 3,000 ล้านบาท และลดการปล่อยคาร์บอนเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 700,000 ต้นต่อปี พร้อมสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของมหาวิทยาลัย

บริษัทเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบพลังงานสะอาดของประเทศ และเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาและบุคลากรในอนาคต……คุณซาเมียร์ กล่าวตอนท้าย

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งใน 6 แผนงานหลัก ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย อาคารประหยัดพลังงาน (Building & NC/EBOM) การจัดการพื้นที่และส่งเสริมเขตปลอดรถ (Car-Free Zone) ระบบขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Mobility) การดูดซับคาร์บอน (Carbon Capture) ตั้งเป้าดูดซับ 5,500–32,000 ตันต่อปี การจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ (Waste Management) และ โครงสร้างพื้นฐานและระบบพลังงาน (Infrastructure & Deployment) โดยมหาวิทยาลัยตั้งเป้าหมายสำคัญในการบรรลุ Carbon Neutral ภายในปี พ.ศ. 2571 และก้าวสู่ Zero Carbon ภายในปี พ.ศ. 2572 นอกจากประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจแล้ว มหาวิทยาลัยขอนแก่นยังมุ่งบูรณาการโครงการดังกล่าวเข้ากับการเรียนการสอน งานวิจัย และการพัฒนานักศึกษา เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน และต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดในอนาคต

พิธีลงนามในครั้งนี้จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาว ที่ไม่เพียงมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการสูญเสียทรัพยากรพลังงาน หากยังสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในฐานะมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม ที่ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน สอดคล้องกับ SDG 11: Sustainable Cities and Communities, SDG 13: Climate Action และ SDG 17: Partnerships for the Goals เพื่อประโยชน์ของสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

 

SDGs111317
Scroll to Top