มข. ผสานความร่วมมือจังหวัดขอนแก่น ขับเคลื่อนโมเดล BCG พลิกฟื้นเหง้ามันสำปะหลังสู่พลังงานสะอาด แก้ปัญหามลพิษ PM2.5 เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 จังหวัดขอนแก่นร่วมกับสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น (ทสจ.) และเทศบาลตำบลบ้านค้อ ได้ร่วมกันเปิดตัวโครงการ “ชุมชนต้นแบบการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากเหง้ามันสำปะหลังเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” และโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model) อย่างเป็นทางการ ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลบ้านค้อ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยได้รับเกียรติจาก นายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ภาคีเครือข่ายภาคเอกชน และเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมงานกว่า 80 คน เพื่อร่วมกันผลักดันแนวทางการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นายนเรศ ชมบุญ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น ได้กล่าวถึงที่มาของโครงการว่า ปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นส่วนหนึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในที่โล่ง โครงการนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นกลยุทธ์เชิงรุกในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเกษตรกร โดยมุ่งเน้นการนำวัสดุที่เคยถูกมองว่าเป็นขยะทางการเกษตร อาทิ เหง้ามันสำปะหลัง ใบอ้อย และตอซังข้าว มาผ่านกระบวนการแปรรูปด้วยนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กลายเป็น “ถ่านอัดก้อนไร้ควัน” และผลิตภัณฑ์ดูดซับกลิ่น ซึ่งถือเป็นการบริหารจัดการของเสียตามหลักการ Waste to Value ที่มีประสิทธิภาพและช่วยลดการเกิดมลพิษในระยะยาว
ในส่วนของภาคการศึกษา ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมลงสู่ชุมชน เพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) โดยระบุว่าตำบลบ้านค้อเป็นพื้นที่ต้นแบบที่มหาวิทยาลัยได้เข้ามาดำเนินงานแบบบูรณาการอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านสาธารณสุข การส่งเสริมอาชีพ และการพัฒนาเกษตรกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง ขณะที่ นายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้มอบนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยยึดหลักการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าภายใต้แนวคิด “ทำน้อย ได้มาก” เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมให้เกษตรกรตระหนักถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อไร่แทนการขยายพื้นที่เพาะปลูก

ด้าน นายจักรพงศ์ เพ็ชรแสน นายกเทศมนตรีตำบลบ้านค้อ ให้ข้อมูลเสริมว่าพื้นที่ตำบลบ้านค้อมีศักยภาพสูงเนื่องจากมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังกว่า 7,000 ไร่ โครงการนี้จึงมีความสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง และจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับเกษตรกรกว่า 17,000 คนในตำบล นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์จุดความร้อน (Hotspot) และการฝึกปฏิบัติการ (Workshop) โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตถ่านอัดก้อนและถ่านดูดซับกลิ่นให้แก่เกษตรกร เพื่อให้นำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างรายได้เสริมและร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่คนรุ่นหลังสืบไป

SDGs781213
Scroll to Top