มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยคณะวิทยาศาสตร์ จัดงานแถลงข่าวประกาศความพร้อมจัดงาน “สัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ส่วนภูมิภาค ประจำปี พ.ศ. 2569 (KKU Science Week 2026)” ระหว่างวันที่ 17–19 สิงหาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “Intelligent Science for a Sustainable Future – วิทยาศาสตร์อัจฉริยะ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” เปิดพื้นที่ให้เยาวชน ครู ผู้ปกครอง และประชาชน ร่วมสัมผัสโลกของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ การทดลอง และการแข่งขันที่หลากหลายตลอด 3 วัน

การแถลงข่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ณ ห้องวิทยวิภาส 1 อาคารวิทยวิภาส คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ และผู้เกี่ยวข้องร่วมเผยรายละเอียดการจัดงาน พร้อมเชิญชวนสถานศึกษาจากทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากสถานการณ์จริง

ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน ในฐานะผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนการจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ โดยมีคณะและส่วนงานต่าง ๆ ร่วมสร้างพื้นที่การเรียนรู้ ตลอดจนเตรียมความพร้อมด้านสถานที่และพื้นที่จอดรถหลายจุด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมงานที่คาดว่าจะเดินทางมาจากพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
รองอธิการบดีกล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นพร้อมทำหน้าที่เป็น “พื้นที่แห่งการเรียนรู้สำหรับทุกคน” โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างใกล้ชิด ผ่านการลงมือปฏิบัติ การแลกเปลี่ยนกับนักวิจัยและคณาจารย์ รวมถึงการเรียนรู้จากภาคีเครือข่าย ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปสู่การสร้างประโยชน์แก่สังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน
ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อังคณา บุญยืด คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติเป็นกิจกรรมสำคัญที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” รวมถึงเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ
สำหรับแนวคิด “Intelligent Science” ในปีนี้ ไม่ได้หมายถึงเพียงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI แต่ยังครอบคลุมถึง Human Intelligence หรือปัญญาของมนุษย์ การใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ Innovation Intelligence หรือการพัฒนานวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และ Collective Intelligence หรือการบูรณาการองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์ เพื่อให้วิทยาศาสตร์สามารถตอบโจทย์การดำรงชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล

ภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสนิทรรศการและกิจกรรมจาก 9 สาขาวิชา ของคณะวิทยาศาสตร์ พร้อมกิจกรรม Hands-on ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ผ่านการทดลองจริง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมในห้องปฏิบัติการเคมี การทำสกุชชี่ การดูนกและเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์เพื่อการรักษาโรค ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้ AI ทางสถิติ ตลอดจนกิจกรรมจากสาขาจุลชีววิทยา ชีวเคมี และวิทยาศาสตร์บูรณาการ

อีกหนึ่งพื้นที่สำคัญคือการนำเสนอองค์ความรู้ด้าน พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์พื้นฐาน งานวิจัย และเทคโนโลยีที่กำลังมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันและการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
นอกจากการเรียนรู้ภายในนิทรรศการแล้ว KKU Science Week 2026 ยังเปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพผ่านการแข่งขันและการประกวดทางวิทยาศาสตร์หลากหลายรูปแบบ โดยปีนี้การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้รับความสนใจอย่างมาก มีผู้สมัครมากกว่า 500 โครงงาน ก่อนคัดเลือกเข้าสู่รอบตัดสินจำนวน 150 โครงงาน ใน 3 สาขา ขณะที่การแข่งขันตอบปัญหาทางวิทยาศาสตร์มีผู้สมัครถึง 210 ทีม
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Science Show การแข่งขันจรวดขวดน้ำ การประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุเหลือทิ้ง การประกวดสื่อการสอนสำหรับครู การสื่อสารวิทยาศาสตร์ในรูปแบบ Talk 3 นาที รวมถึงกิจกรรมใหม่อย่างการประกวดคลิปสั้นผ่าน TikTok เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนถ่ายทอดความรู้ทางวิทยาศาสตร์ผ่านรูปแบบการสื่อสารที่สร้างสรรค์และเข้าถึงคนรุ่นใหม่

ขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ ในฐานะผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยังได้เชิญชวนผู้ร่วมงานต่อยอดประสบการณ์การเรียนรู้ไปยังพื้นที่พิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีทั้งนิทรรศการหมุนเวียนจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ นิทรรศการยุคดึกดำบรรพ์และไดโนเสาร์ วิวัฒนาการของเทคโนโลยี ตลอดจนนิทรรศการด้านควอนตัม พร้อมกิจกรรมสำหรับนักเรียน โรงเรียน และครอบครัว
ตลอดช่วงการจัดงานระหว่างวันที่ 17–19 สิงหาคม 2569 ยังมีภาคีเครือข่ายภายนอกมากกว่า 10 หน่วยงาน รวมถึงคณะและส่วนงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมจัดกิจกรรมและนิทรรศการ เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่เปิดกว้างและเชื่อมโยงองค์ความรู้จากหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน
ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทรงยุทธ แก้วมาลา อาจารย์ประจำสาขาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ถ่ายทอดมุมมองถึงความใกล้ตัวของวิทยาศาสตร์ว่า สิ่งของและเทคโนโลยีที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ รถยนต์ ไปจนถึงของเล่นอย่าง “สกุชชี่” ล้วนมีหลักการทางฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และวัสดุศาสตร์อยู่เบื้องหลัง
การนำเรื่องใกล้ตัวมาเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ ช่วยให้เยาวชนเห็นว่าวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นองค์ความรู้ที่สามารถค้นพบได้จากการสังเกต การตั้งคำถาม และการทดลอง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างนักคิดและนักนวัตกรรมในอนาคต
คณะวิทยาศาสตร์ยังนำองค์ความรู้ด้านฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ไปต่อยอดสู่การพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด โดยมีการศึกษาและพัฒนาวัสดุสำหรับระบบกักเก็บพลังงานและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ รวมถึงการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและวัสดุจากแบตเตอรี่เสื่อมสภาพมาพัฒนาต่อยอด เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนสารสำคัญของงาน KKU Science Week 2026 ที่ต้องการให้เยาวชนเห็นว่า “วิทยาศาสตร์ไม่ได้เริ่มต้นจากคำตอบ แต่เริ่มต้นจากคำถาม” เพราะคำถามเล็ก ๆ การสังเกต และความอยากรู้อยากเห็นในวันนี้ อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นขององค์ความรู้ งานวิจัย หรือนวัตกรรมสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาของสังคมในอนาคต

งาน “สัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ส่วนภูมิภาค ประจำปี พ.ศ. 2569 (KKU Science Week 2026)” จึงเป็นมากกว่านิทรรศการทางวิทยาศาสตร์ หากแต่เป็นพื้นที่แห่งการค้นพบที่เชื่อมโยงห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ งานวิจัย และนวัตกรรมเข้ากับชีวิตจริง พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนกล้าตั้งคำถาม กล้าทดลอง กล้าคิดสร้างสรรค์ และมองเห็นบทบาทของตนเองในการร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืน
มหาวิทยาลัยขอนแก่นขอเชิญชวน นักเรียน นักศึกษา ครู ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ร่วมเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ในงาน KKU Science Week 2026 ระหว่างวันที่ 17–19 สิงหาคม 2569 ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มาร่วม “ทดลองจริง เรียนรู้จริง และค้นพบจริง” ว่า วิทยาศาสตร์อัจฉริยะสามารถเป็นพลังสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างไร
การจัดงานครั้งนี้ยังสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ได้แก่ SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) ผ่านการเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนเข้าถึงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากประสบการณ์จริง SDG 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (Industry, Innovation and Infrastructure) จากการนำเสนอผลงานวิจัย AI เทคโนโลยี และนวัตกรรมพลังงาน SDG 12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (Responsible Consumption and Production) ผ่านการเรียนรู้ด้านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการต่อยอดวัสดุเหลือใช้ SDG 13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) ด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด และ SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals) ผ่านความร่วมมือของคณะ หน่วยงาน สถานศึกษา และภาคีเครือข่ายในการร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน
