มข. จับมือ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ลงนาม MOU วิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่สมัยใหม่ มุ่งยกระดับเทคโนโลยีสู่การใช้งานจริง สร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีและพลังงานของประเทศ

มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วยผู้บริหารและนักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นำโดย พลโท สุภาพ ถิระสุข เจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัย พัฒนา ออกแบบ และทดสอบเทคโนโลยีแบตเตอรี่สมัยใหม่ โดยบูรณาการศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเข้ากับโจทย์และความต้องการจากการใช้งานจริง มุ่งต่อยอดผลงานวิจัยสู่การประยุกต์ใช้ เพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีภายในประเทศ และสนับสนุนความมั่นคงทางเทคโนโลยีและพลังงานของไทยอย่างยั่งยืน 

พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารกองบัญชาการ กรมการอุตสาหกรรมทหาร กรุงเทพมหานคร โดยมีกรมการอุตสาหกรรมทหารและโรงงานแบตเตอรี่ทหารร่วมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยในการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมไปเชื่อมโยงกับความต้องการของประเทศ โดยเฉพาะเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การคมนาคม อุตสาหกรรม ระบบกักเก็บพลังงาน ตลอดจนระบบสนับสนุนภารกิจที่ต้องการความมั่นคงและความน่าเชื่อถือด้านพลังงาน

“มหาวิทยาลัยขอนแก่นพร้อมนำศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาร่วมพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ของประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการวิจัย พัฒนา ผลิต และทดสอบเทคโนโลยีภายในประเทศ พร้อมผลักดันองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริง”

มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้พัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง โดยมี โรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (KKUVOLT) เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาวัสดุและเซลล์แบตเตอรี่ การออกแบบ Battery Pack การผลิตต้นแบบ ไปจนถึงการทดสอบและประเมินสมรรถนะของแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน

ความร่วมมือกับสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจึงเป็นการนำจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาเชื่อมโยงกัน โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นสนับสนุนองค์ความรู้ นักวิจัย บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงสามารถนำโจทย์ ความต้องการ และเงื่อนไขจากการใช้งานจริงมาเป็นฐานในการร่วมวิจัยและพัฒนา เพื่อให้เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นตอบสนองต่อภารกิจและสภาพแวดล้อมการใช้งานได้อย่างเหมาะสม

ขอบเขตความร่วมมือครอบคลุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่สมัยใหม่ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว อาทิ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน แบตเตอรี่โซเดียมไอออน ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่และพลังงาน ตลอดจนเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและการทดสอบ โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย เชื่อถือได้ และเหมาะสมกับบริบทการใช้งานจริง

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการลดช่องว่างระหว่าง “งานวิจัย–ต้นแบบ–การใช้งานจริง” ด้วยการนำโจทย์จากผู้ใช้งานมาทำงานร่วมกับกระบวนการวิจัย พัฒนา ผลิต และทดสอบของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะช่วยให้ผลงานวิจัยสามารถพัฒนาไปสู่ระดับความพร้อมที่สูงขึ้น พร้อมทั้งสร้างองค์ความรู้ ประสบการณ์ และบุคลากรที่มีทักษะด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และเทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่ประเทศ

มหาวิทยาลัยขอนแก่นคาดหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะพัฒนาไปสู่ Strategic Partnership ระยะยาว ครอบคลุมตั้งแต่การร่วมกำหนดโจทย์วิจัย การวิจัยและพัฒนา การออกแบบและผลิตต้นแบบ การทดสอบและประเมินสมรรถนะ ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรและระบบนิเวศด้านการวิจัยและนวัตกรรมที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการเป็น มหาวิทยาลัยวิจัยและนวัตกรรมที่นำองค์ความรู้ไปสร้างประโยชน์แก่ประเทศ โดยไม่หยุดอยู่เพียงการสร้างผลงานวิจัยในห้องปฏิบัติการ แต่ผลักดันให้เกิดการทดสอบ พัฒนา และประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง พร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสร้างรากฐานด้านเทคโนโลยีและพลังงานที่เข้มแข็งสำหรับอนาคต

ความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่สมัยใหม่ครั้งนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 9: อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (Industry, Innovation and Infrastructure) ผ่านการวิจัย พัฒนา ออกแบบ ผลิตต้นแบบ และทดสอบเทคโนโลยีแบตเตอรี่เพื่อผลักดันสู่การใช้ประโยชน์จริง รวมถึง SDG 7: พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Affordable and Clean Energy) จากการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบพลังงานสมัยใหม่ และ SDG 17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals) จากการบูรณาการศักยภาพระหว่างมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐเพื่อร่วมพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรของประเทศ

นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับ SDG 8: งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Decent Work and Economic Growth) ผ่านการพัฒนากำลังคนทักษะสูง การต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรม และการเสริมสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจบนฐานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของประเทศ

ข่าว : ฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ภาพ : สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

Scroll to Top